Skip to main content

Plant Fabrics – ECO INNOVATION TEXTILES

organic-fabrics

ท่ามกลางกระแสความสนใจเรื่องการรักษ์โลกนับวันยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ทุกองค์กรหรือหน่วยงานทุกภาคส่วน ต่างตระหนักและให้ความสนใจมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งนับวันก็ยิ่งค้นคว้า วิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในกระบวนการผลิตสิ่งทอให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นทำได้หลากหลายรูปแบบและหลายด้าน อาทิเช่น การนำวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่ (Recycle), การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การใช้วัตถุดิบที่สามารถผลิตใหม่ได้ โดยมุ่งเน้นวัตถุดิบธรรมชาติ, การจัดการกับของเสียและการใช้ เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต เป็นต้น

สำหรับ “ทักทาย” เราเริ่มต้นใส่ใจกันตั้งแต่ต้นน้ำของกระบวนการผลิตคือ เส้นใยที่นำมาใช้ปั่นด้าย ก่อนที่จะนำมาทอเป็นผ้าผืนนั้น ต้องมาจากการเพาะปลูกแบบออร์แกนิกส์ ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี เก็บเกี่ยวในระยะเวลาที่เหมาะตามธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่กระบวนการปั่นด้ายและการทอผ้าจะใช้สีที่เกิดจากเส้นด้ายจริงตามธรรมชาติ ไม่มีการย้อม ทำให้ลดปริมาณของเสียที่จะต้องถูกปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ได้เป็นจำนวนมากหรืออาจกล่าวได้ว่าแทบจะไม่เกิดมลพิษใดกับสิ่งแวดล้อมเลย

จากต้นทางมาสู่ปลายทางที่นำผ้าทอจากธรรมชาติมาตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม TAKTAI จะมาขอแนะนำ คุณสมบัติของผ้าใยพืช ( Plant Fabrics) จากเส้นใยพืชชนิดต่างๆ ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ผ้าใยกัญชง (Hemp Fabrics)

กัญชง” เป็นไม้ล้มลุกมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายกัญชา แตกต่างกัน คือ ต่อมน้ำมันของกัญชงมีน้อยกว่ากัญชา จัดอยู่ในพืชซึ่งให้ประโยชน์หลักทางด้านสิ่งทอเป็นสำคัญการปลูกกัญชงให้ผลผลิตมากกว่าการปลูกฝ้าย เส้นใยจากธรรมชาติกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น

ผ้าใยกัญชง” มีลักษณะคล้ายผ้าที่ทอจากใยแฟลกซ์ เส้นใยมีสีเหลืองนวล มีความเหนียว ยืดหยุ่นและทนทาน เนื้อผ้ามีน้ำหนัก ทิ้งตัว เมื่อรีดจะเรียบและมันวาวเล็กน้อย แม้จะยับง่ายแต่ก็คงทน ยิ่งใช้ไปนานยิ่งสวย สวมใส่สบายไม่ร้อน ให้ความอบอุ่นได้ดีในฤดูหนาว จึงสวมใส่ได้ทุกฤดูกาล มีความสามารถในการดูดซับความชื้นได้ดี ทนต่อแมลง ทนต่อด่างอ่อนและกรดอ่อนได้ดี ทนต่อสารซักล้างและสารฟอกขาว ทนต่อรังสี UV ทำให้ไม่เปลี่ยนสีแม้จะตากแดดเป็นเวลานาน ดูดน้ำดีและเร็ว ความคงทนทำให้ผ้าใยกัญชงเหมาะสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น

ผ้าใยสับปะรด (Pineapple Fabrics)

เส้นใยจากใบสับปะรดสามารถนำมาถักทอเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย สับปะรดที่นำมาใช้ในการผลิตเส้นใยเพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอนั้น มีอายุ 1.0 -1.5 ปี เนื่องจากถ้าใบอ่อนไปเส้นใยที่ได้ก็สั้นและไม่แข็งแรงทนทาน ส่วนใบที่แก่เกินไปก็จะหยาบและแข็ง ลักษณะโดยรวมของเส้นใยสับปะรด เป็นเส้นใยละเอียด มีพื้นผิวเส้นใยค่อนข้างเรียบทำให้มีสามารถปั่นเป็นเส้นด้ายเองด้วยกรรมวิธีแบบการปั่นด้าย และสามารถนำไปปั่นร่วมกับเส้นใยอื่นได้ เช่น เส้นใยฝ้าย เส้นใยลินิน ความสมํ่าเสมอของเส้นใยมีค่อนข้างสูง ทำให้เส้นด้ายที่ได้มีความนุ่มกว่าเส้นใยสับปะรดเดี่ยว

ผ้าใยสับปะรด” มีความมันวาว ทนทานต่อการหักพับ และมีความคงทนสูง แต่มีความกระด้างกว่าฝ้ายเล็กน้อย มีความคงทนต่อกรดอ่อนและด่าง ทนทานต่อรังสี UV ทนทานต่อเชื้อจุลินทรีย์ และแมลงมาก

ผ้าใยไผ่ (Bamboo Fabrics)

ไผ่” เป็นไม้พุ่มหลายชนิดและหลายสกุลในวงศ์หญ้า เป็นต้นไม้ที่โตเร็วที่สุดในโลก ในภาวะที่สมบูรณ์สามารถสูงขึ้นได้ถึงวันละ 1 เมตร ช่วยดูดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าต้นไม้ชนิดอื่นๆ และผลิตออกซิเจนได้มากกว่าต้นไม้อื่นๆ ถึง 35% ในประเทศไทยมีพบไผ่ประมาณ 30 ชนิด

การแยก “เส้นใยไผ่” ธรรมชาติ สามารถทำได้ทั้งแบบต้มและด้วยกระบวนการระเบิดด้วยไอน้ำ การแยกเส้นใยแบบต้ม สามารถแยกเส้นใยไผ่ได้เป็นเส้นอ่อนนุ่ม ซึ่งเส้นใยดังกล่าวสามารถนำไปปั่นเป็นด้ายร่วมกับเส้นใยฝ้ายได้ สำหรับกระบวนการระเบิดด้วยไอน้ำนั้น เริ่มจากการต้มลำไผ่ชั้นในที่แยกเปลือกแล้วด้วยอุณหภูมิ 192 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที จากนั้นปลดปล่อยแรงดันไอน้ำแบบทันทีเพื่อให้ไม้ไผ่แตกตัวออกเป็นเส้นใยแล้วนำมาปั่นเป็นด้าย พบว่าการแยกเส้นใยไผ่แบบนี้ให้เส้นใยที่มีคุณภาพดี และเส้นใยยังคงประสิทธิภาพของการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดีอีกด้วย

ผ้าใยไผ่” มีคุณสมบัติใส่นุ่มสบาย มีความมันวาวนิดๆ คล้ายไหม เส้นใยโปร่งระบายอากาศได้ดี ที่สำคัญสามารถต้านการเจริญของแบคทีเรียได้ดีมาก

ผ้าใยบัว (Lotus Fabrics)

บัว” เป็นไม้น้ำดึกดำบรรพ์ และเป็นดอกไม้ที่ผูกพันกับสังคมไทยมาช้านาน ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนมากปลูกบัวเป็นอาชีพหลักในลักษณะการทำนาบัว ซึ่งหลังจากการเก็บเกี่ยวดอกบัวแล้วจะเหลือก้านบัวสดที่ถูกตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการนำก้านบัวสดนั้นมาใช้ในการผลิตผ้าทอมือจากใยบัว ลักษณะของก้านดอกบัวซึ่งมีช่องอากาศขนาดใหญ่ 7-8 ช่อง เรียงเป็นวงรอบ และช่องอากาศกลางก้านขนาดเล็ก 1 คู่ ซึ่งเซลล์ชั้นนอกสุดจะสะสมน้ำยางสีขาวขุ่น และจะกลายเป็นเส้นใยเมื่อโดนอากาศ

วิธีการทอ “ผ้าใยบัว” นั้น ใช้การทอมือทั้งหมด ตั้งแต่การดึงเอาเส้นใยจากก้านดอกบัวด้วยมือ นำเส้นใยที่ได้มาล้าง ตากแห้ง แล้วจึงนำมาปั่นเป็นด้ายเส้นยาว ก่อนจะนำมาทอเป็นผืนผ้า ผ้าใยบัวมีคุณสมบัติคล้ายกับผ้าลินินผสมกับผ้าไหม แต่มีจุดเด่นตรงที่เนื้อบางเบาสวมใส่สบายและระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากในเนื้อผ้ามีรูขนาดจิ๋วนับล้านคล้ายกับฟองน้ำ ปรับอุณหภูมิให้ต่างกับสภาพอากาศได้ โดยในยามที่อากาศเย็นเมื่อสวมใส่ผ้าใยบัวจะอุ่น และในยามที่อากาศร้อนเมื่อสวมใส่จะรู้สึกเย็นสบาย ที่สำคัญคือเนื้อผ้าไม่ยับง่าย ทั้งยังมีคุณสมบัติกันน้ำและคราบสกปรกได้คล้ายคลึงกับลักษณะของใบบัว ผ้าชนิดนี้จึงนับเป็นนวัตกรรมใหม่ของผ้ากันน้ำที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ

ผ้าใยข่า (Galanga Fabrics)

ข่า” เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชีย มีปลูกมากในแถบประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ข่ามีอยู่หลายพันธ์ แต่ที่ใช้บริโภคกันมากคือ ข่าหยวกหรือข่าหลวง และข่าใหญ่ เส้นใยข่าพัฒนามาจากส่วนของลำต้นบนดิน ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากการนำเหง้าไปใช้

ในการนำลำต้นข่ามาผลิตเป็น “เส้นใยข่า” นั้น จะเริ่มจากกระบวนการแยกเส้นใยด้วยการนำลำต้นข่ามาเข้าเครื่องบดนวด เพื่อทำให้ต้นข่าแตกออกจากกัน จากนั้นจะมีการปรับให้เส้นใยมีความนุ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการการผลิตเส้นด้าย เส้นใยข่าจะถูกนำเข้าเครื่องสางเส้นใย เพื่อทำให้เส้นใยกระจายตัว มีการเรียงตัวที่ดีและสะอาดขึ้น และนำเส้นใยไปผสมรวมกับวัตถุดิบเส้นใยชนิดอื่นๆ เช่น ฝ้าย (Cotton) โดยใช้ส่วนผสมระหว่างใยข่ากับใยฝ้ายในอัตราส่วน 20:80 ก็จะได้ออกมาเป็น “ผ้าใยข่า

ผ้าใยผักตบชวา (Water Hyacinth Fabrics)

ผักตบชวา” จัดเป็น “เอเลี่ยน สปีชี่ส์” หรือ “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น” แพร่ระบาดรุกรานซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ นิเวศน์ในห้วยน้ำ ลำคลอง จากมีการแพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข ในปัจจุบันได้มีการนำไปผลิตเป็นของใช้ อาหารสัตว์ ทำปุ๋ย ผ้า เครื่องจักรสานมากมาย และแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถนำไปใช้ได้มากขึ้น

การนำผักตบชวามาทำเป็นเส้นใยผ้านั้น ภายหลังล้างทำความสะอาดแล้วผ่าจากกลางต้นจากโคนไปหาปลาย และทำให้แห้งโดยการ ตากแดดจนกว่าจะแห้งสนิทจึงนำไปตีเกลียวเส้นด้ายด้วยเครื่องตีเกลียวต้น แบบ ที่เพิ่มความยาวของเส้นใยได้ตามต้องการ แล้วเข้าสู่กระบวนการทอเป็นผ้าผืน

ผ้าใยกล้วย (Banana Fabrics)

กล้วย” พืชท้องถิ่นประจำบ้านของใครหลายคน มีบทบาทในชีวิตประจำวัน ของผู้คนเป็นจำนวนมากเส้นใย “เส้นใยกล้วย” มีสมบัติพิเศษคือ เป็น เส้นที่มีความมันเงาสวยงาม แข็งแรง เหนียว ทนทาน สามารถนาไปปั่นผสมกับเส้นใยอื่นๆ เช่นใยฝ้าย ที่มีความคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องการระบายอากาศและอ่อนนุ่ม

การผลิตเส้นใยกล้วยเป็นการนำเอากาบกล้วยจากบริเวณลำต้นมาพัฒนาเป็นเส้นใย กระบวนการผลิตจะนำกาบกล้วยที่ได้มาเข้าเครื่องขูดเนื้อเยื่อกาบกล้วย เพื่อนำเส้นใยไป ผ่านกระบวนการทางเคมีสิ่งทอ หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเป็นเส้นด้ายแล้วนำไปทอเป็นผืนผ้าต่อไป